Thursday, 9 February 2023

ประวัติของเทศกาล”ตรุษจีน”

ปก ประวัติของเทศกาล"ตรุษจีน"

เทศกาลตรุษจีน หรือ วันตรุษจีน วันเริ่มต้นปีใหม่ของใบไม้ผลิ”

“เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ” นั้นเกิดจากความตั้งใจที่จะเฉลิมฉลองและการพบปะรวมญาติล้อมวงทานข้าวกันอย่างมีความสุข ในวันที่ประเทศจีนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ และไม่สามารถทำเกษตรได้ จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้องหยุดพักและเปลี่ยนวันให้กลายเป็นวันเฉลิมฉลอง จัดสถานที่เตรียมอาหาร และไหว้เหล่ชาวจีน ที่สืบทอดกันมาตามปฎิทินจีนโบราณ ที่เรียกว่าปฏิทินสุริยคติหรือปฏิทินจันทรคติ ประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เรียกได้เป็นศตวรรษ หรือราวๆ 100 กว่าปี ซึ่งวันตรุษจีนได้ถูกกำหนดตามปฏิทินจันทรคติที่อิงค์เรื่องของดวงจันทร์มาเป็นตัวกำหนดว่าวันตรุษจีนนั้นจะตรงกับวันไหน เพราะในแต่ละปีเทศกาลตรุษจีนจะไม่ตรงกัน และไม่ตรงกับปฏิทินสากลด้วย โดยมักจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และอีกชื่อเรียกหนึ่งของวันตรุษจีนนั้นก็คือ “เทศกาลฤดูไหว้บรรดาบรรพบุรุษ บูชาไหว้เทพเจ้า ล้อมวงทานอาหาร รวมไปถึงการแจก ”อั่งเปา”

อั่งเปาซองสีแดง”หรืออีกชื่อเรียกหนึ่งคือ “แต๊ะเอีย” ที่แปลว่าผูกเอว

โดยสมัยก่อนเหรียญจะมีรูตรงกลาง ผู้ใหญ่จะร้อยด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ ซึ่งจะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว ซึ่งอั่งเปาเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ทุกคนทราบกันดีว่าจะต้องมีทุกครั้งในวันตรุษจีน ตามธรรมเนียมผู้ใหญ่ที่ผ่านการแต่งงานมาและทำงานมีรายได้ จะมอบซองสีแดงที่มีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ข้างในให้กับเด็กๆ ที่มีอายุต่ำกว่า หรือยังไม่ได้ทำงาน พร้อมกล่าวสวัสดีปีใหม่ และเงินที่ใส่ในซองอั่งเปานั้น มักจะมีจำนวนเป็นเลขนำโชคของจีนนั่นคือเลข 8

ตรุษจีน

ก่อนจะเป็นซองแดง

อารยธรรมจีนก่อกำเนิดเกิดขึ้นมาในแถบลุ่มแม่น้ำฮวงโหเมื่อกว่า 1,600-3,600 ปีมาแล้ว (สายพันธุ์มนุษย์ได้อพยพเข้ามาอยู่อาศัยก่อนหน้านั้นถึง 80,000 ปี) ตัววัฒนธรรมจีนนั้นจึงเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมแรกๆ ของโลกที่พัฒนาขึ้นมาจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเองได้สำเร็จ (กลุ่มอารยธรรมโบราณ)

กาลเวลาผ่านไปจนถึงยุคราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศจีนมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากในด้านวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นทั้งการเมืองการปกครอง ศิลปกรรม และเทคโนโลยี ขนบธรรมเนียมหลายๆ อย่างที่เราเห็นในปัจจุบันก็เริ่มที่จะปรากฏขึ้นให้เห็นเด่นชัด นวัตกรรมอย่างดินปืนและกระดาษได้ถูกคิดค้นขึ้นมาแล้ว ซึ่งกลายมาเป็นส่วนประกอบสำคัญของเทศกาลตรุษจีนในภายหลัง (ชาวจีนยุคแรกเริ่มเฉลิมฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ก่อนจะกลายมาเป็นตรุษจีนที่ยึดเอาวันเวลาตามปฏิทินสุริยจันทรคติ)

treemusketeers จะพาไปเรียนรู้การไหว้ตรุษจีน “การไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ” สิ่งสำคัญนั้นคืออาหาร เพราะหากจัดไม่ตรง ไม่ดี ก็อาจจะไม่มีโชคลาภเข้ามาก็ได้

โดยชาวจีนมักจัดเนื้อสัตว์ 3 หรือ 5 อย่าง รวมถึงอาหารแห้ง, อาหารเจ, ผลไม้, ขนมมงคล เตรียมไว้สำหรับการไหว้ โดยมีความเชื่อของอาหารแต่ละอย่าง ที่แตกต่างกันไป เช่น เม็ดบัว มีความหมายถึงการมีลูกหลานที่เป็นชาย เกาลัด มีความหมายถึงเงิน

ไก่ สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์และการเตรียมอาหารจำนวนมาก ความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

อั่งเปา

เฉลิมฉลองกับครอบครัว

หัวใจของการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนก็คือ การอยู่พร้อมหน้ากันของครอบครัวและญาติพี่น้องเพื่อมาสังสรรค์และรับประทานอาหารตามประเพณีร่วมกันเป็นประจำทุกปีและคงไม่มีที่ใดอีกแล้วที่จะสะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงประเพณีการรับประทานอาหารค่ำร่วมกันของครอบครัว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันปีใหม่ สมาชิกครอบครัวจะรีบกลับบ้าน (บางคนอาจต้องเดินทางไกล) เพื่อมาร่วมสังสรรค์และรับประทานอาหารร่วมกันกับผู้คนที่พวกเขารักและผูกพัน

และหลังจากนั้นจะเป็นช่วงที่ชาวจีนจะใช้เวลากับการเยี่ยมเยียนญาติสนิทมิตรสหายและอวยพรให้ร่ำรวยและโชคดีในปีหน้า รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้อยู่พร้อมหน้ากันและสังสรรค์กัน ตามตำนานของจีน ‘เหนียน’ หรือปิศาจร้ายในตำนาน มักออกมาอาละวาดและทำร้ายผู้คนในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี และสามารถขับไล่ออกไปได้ก็โดยการใช้สีแดงและเสียงดังเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ในเทศกาลตรุษจีน จึงมักมีการจุดประทัดเพื่อขับไล่ปิศาจร้าย

สนับสนุนโดย ufabet123.win


2 × two =