Thursday, 9 February 2023

น้ำมันมะกอก มีประโยชน์อะไรที่มากกว่า

23 Dec 2022
52

ปก น้ำมันมะกอก มีประโยชน์อะไรที่มากกว่า

น้ำมันมะกอก (Olive Oil) คือ น้ำมันธรรมชาติที่สกัดจากผลของต้นมะกอก สารจากทางธรรมชาติในน้ำมันมะกอกมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ทั้งช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกาย และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ผู้คนนิยมนำน้ำมันมะกอกมาใช้ประกอบอาหาร หรือเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการผลิตหลากหลายรูปแบบ เช่น การผลิตสบู่ พลาสเตอร์ น้ำมันนวด วัสดุอุดฟัน และล่าสุดได้มีการผลิตน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil) ขึ้นมา โดยเชื่อว่ามีคุณสมบัติและประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำมันมะกอกทั่วไป เพราะน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างจากน้ำมันมะกอกทั่วไป คือ ผ่านการสกัดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ทำให้คงคุณค่าและสารอาหารทางโภชนาการที่มีประโยชน์ไว้ได้มากกว่าน้ำมันมะกอกที่ผลิตด้วยวิธีทั่วไปนั่นเอง นอกจากกรรมวิธีการสกัดแล้ว ในกระบวนการผลิตน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ อาจเติมสารเคมีจำพวกสารอนุมูลอิสระ เพื่อต้านการหืน เป็นประโยชน์ต่อการเก็บผลิตภัณฑ์ได้นาน แต่อาจทำให้รสชาติไม่ดีเท่าสารสกัดแต่ดั้งเดิม

สารทางธรรมชาติในน้ำมันมะกอกอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย จึงมีการค้นคว้าหาคุณประโยชน์ของน้ำมันมะกอกในเชิงการแพทย์และการรักษา โดยสารสำคัญที่พบในน้ำมันมะกอก ได้แก่ กรดไขมันต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ที่จะช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกายลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากระดับไขมันในเลือดสูงอย่างโรคหัวใจด้วย

น้ำมันมะกอก-ความลับต่างๆ

ประเภทของน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน (extra virgin)  เป็นน้ำมันมะกอกที่มีสีเขียวเข้ม นำมาจากการบีบเอาน้ำมันออกมาจากมะกอกสดๆ มีราคาสูง สามารถรับประทานแบบสดๆ หรือนำมาเป็นน้ำสลัดได้ หากนำน้ำมันมะกอกประเภทนี้มาประกอบอาหารโดยผ่านความร้อน จะทำให้น้ำมันมะกอกสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการไป และจะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีแทน

น้ำมันมะกอกเวอร์จิน (virgin) เป็นน้ำมันมะกอก นำมาจากการบีบเอาน้ำมันออกมาจากมะกอกสดๆ แต่ผลมะกอกจะแก่กว่า มีคุณภาพรองลงมาจากน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน (extra virgin)  ราคาจะถูกลงกว่าเล็กน้อย ดีต่อสุขภาพเช่นกัน

น้ำมันมะกอกแบบผสม (olive oil หรือ pure olive oil) เป็นน้ำมันที่เกิดจาก น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน และน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารที่ได้ผสมกัน ทำให้น้ำมันมะกอกชนิดนี้คุณค่าทางสารอาหารสูง ทนความร้อนได้ดี แต่ถ้านำไปทอดคุณค่าทางสารอาหารในน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินจะหายไป และเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีแทน

น้ำมันมะกอกแบบผ่านกรรมวิธี (Refined Olive Oil, Light Olive Oil, Extra Light Olive Oil) เป็นน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มคุณค่าทางสารอาหาร มีการสกัดเอาสี กลิ่น รสเดิมออกไป โดยผ่านกรรมวิธีทางเคมี และความร้อน น้ำมันมะกอกชนิดนี้จึงมีสีค่อนข้างใส ราคาไม่สูง และสามารถทนความร้อนได้สูงเช่นกัน

น้ำมันกากมะกอก (olive pomace oil) เป็นน้ำมันที่สกัดออกจากกากมะกอกอีกที  จากนั้นจึงนำไปผ่านกรรมวิธีทางเคมี และผ่านความร้อน คุณภาพต่ำ แต่ก็สามารถนำมาทำอาหารได้ เช่น อาหารประเภททอด จึงมีค่าไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกาย

น้ำมันมะกอกมีประโยชน์

คุณประโยชน์ที่เป็นไปได้ของน้ำมันมะกอก

ภาวะไขมันในเลือดสูงและความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการวิเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิผลของน้ำมันมะกอก 15 กรณีศึกษา ที่มีผู้เข้ารับการทดลองกว่า 1,053 ราย พบว่าน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์อาจมีความสัมพันธ์ต่อการลดระดับไขมันในเลือดรวม (Total Cholesterol) ในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงได้ ช่วยป้องกันภาวะไขมันในเลือดสูง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ และอาจเป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial Infarction)

ลดน้ำหนัก จากการทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการช่วยลดน้ำหนักตัวระหว่างการบริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไปกับอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งทดลองในผู้ที่รอดชีวิตหลังป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 44 ราย หลังการทดลองกว่า 8 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกเป็นส่วนประกอบมีน้ำหนักตัวที่ลดลงมากกว่าผู้ที่บริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไป

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว เมื่อวิเคราะห์จากงานทดลองเกี่ยวกับประสิทธิภาพในเชิงป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,705 คน ที่ได้ทดลองบริโภคอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่มีน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษเป็นส่วนผสม พบว่าการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้อย่างมีนัยสำคัญ

การต้านอนุมูลอิสระ จากการวิจัยน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่มีสารไลโคปีน (Lycopene) ถึงประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ในกลุ่มทดลอง 3 ช่วงอายุ คือ วัยหนุ่มสาว (อายุ 25-30 ปี) วัยกลางคน (อายุ 35-55 ปี) และวัยชรา (อายุ 65-85 ปี) พบว่า การบริโภคน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระบบทางเดินปัสสาวะแก่ผู้ทดลองวัยกลางคนและวัยชรา ในขณะที่น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่มีสารไลโคปีนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระบบทางเดินปัสสาวะให้สูงขึ้นได้ทั้งใน 3 กลุ่มอายุ ซึ่งประสิทธิผลของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์นี้ อาจช่วยป้องกันหรือต้านทานโรคและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียดออกซิเดชันซึ่งสร้างสารอนุมูลอิสระได้ด้วย และยังมีประโยชน์อีกมากมาย

สนับสนุนโดย ufa6556.pro

 


4 × 4 =