Tuesday, 16 April 2024

เปิดตำนานแก้ว YETI

ปก เปิดตำนานแก้ว YETI

สัตว์ประหลาดน้ำแข็ง ที่พา 2 พี่น้องชาวเท็กซัส ให้กลายเป็นเศรษฐีคูลเลอร์ ช่วงนี้หลายๆ คนคงจะเห็นกระแสความนิยมแก้วคูลเลอร์ขนาดกระทัดรัด ยี่ห้อ YETI ที่เริ่มเป็นที่คลั่งไคล้ของใครหลายคน เพราะด้วยคุณภาพที่ทนทาน และเก็บน้ำเย็นได้ดีเยี่ยม ทำให้ YETI  มีคนถามหาและติดตามซื้อกันอย่างมากมาย รวมทั้งเริ่มมีของเลียนแบบออกมาตามตลาดนัดให้เราเห็นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ความนิยมของ YETI ทำให้เราสงสัยใคร่รู้ว่าที่มาที่ไปของแบรนด์นี้จุดเริ่มต้นมาจากอะไร และอะไรทำให้กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและขายดีจนฟันกำไรสูงกว่า 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อสองปีก่อน วันนี้ treemusketeers จะพาทุกคนมาไขข้อสงสัยกันค่ะ

YETI เป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์ เอาท์ดอร์ แบรนด์สัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งโดย 2 พี่น้อง Ryan และ Roy Seiders ที่เติบโตในเมืองดริฟวู้ด เท็กซัส ทั้งนี้ แรงบันดาลใจของการสร้างแบรนด์ YETI เกิดจากแพสชั่นของการรักการใช้ชีวิตแบบเอาท์ดอร์ตั้งแต่เด็กๆ ของพวกเขา ซึ่งทั้งคู่ต่างได้รับสิ่งนี้มาจากคุณพ่อ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตคันเบ็ดตกปลา และด้วยความที่สองพี่น้องชอบออกไปตกปลาด้วยกันบ่อยๆ พวกเขาก็พบว่า คูลเลอร์ที่พวกเขาใช้กันอยู่ทุกวันนี้มันไม่ตอบสนองความต้องการของเขาได้เพียงพอ ดังนั้น เขาจึงเกิดไอเดียว่า ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมเราไม่ออกแบบคูลเลอร์ในแบบที่เราต้องการออกมาซะเลยสิ !

แก้ว-yeti

คูลเลอร์ในฝันของพวกเขานั้น อย่างแรกเลยคือต้องแข็งแรงพอที่จะขึ้นไปยืนบนนั้นได้ โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะพังหรือแตกในขณะที่ขึ้นไปเหยียบเพื่อส่องหาปลา และอย่างที่สองเลยคือเก็บความเย็นไว้ได้นานเพื่อเวลาตกปลาและไล่ล่าปลาได้ แต่พวกเขาก็พากันมาไกลกว่านั้น โดยได้สร้างสรรค์สินค้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดอุปกรณ์เอาท์ดอร์ และทำให้กลายเป็นสินค้าที่ใครๆ ก็อยากจะได้มาไว้ในครอบครอง

หลายคนลงความเห็นว่า YETI เปรียบเสมือน Range Rover ของอุปกรณ์ความเย็น มันได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะ Sherpa coolers (ที่เก็บความเย็นขนาดใหญ่) ที่ผลิตออกมาจำนวนมากมาย และในปี 2006 มันก็ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด มีราคาระหว่าง 250-300 ดอลลาร์ ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ด้วยความที่สินค้ามีคุณภาพสูงดีสุดๆ จึงได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ที่สำคัญคือ ยังแข็งแรงและทนทานมากขนาดที่ว่าถ้าถูกหมีกริซลี่ตะปปก็ไม่เป็นอะไร !! (เรื่องนี้ว่ากันว่าได้รับการพิสูจน์แล้วจาก Interagency Grizzly Bear Committee)

นอกจากนี้ ยังมีคนโม้ต่อด้วยว่า คูลเลอร์ของ YETI ทนไฟ แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าหรือเรื่องโม้ YETI ก็กลายเป็นสินค้าที่ใครๆ ก็ถูกอกถูกใจ และได้รับการบอกต่อถึงคุณภาพว่าดีเยี่ยม

yeti

ในปี 2011YETI ทะยานขึ้นสูง ด้วยยอดขายที่แตะไปถึง 29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ยอดขายยังคงโตอย่างต่อเนี่อง ในปี 2014 ขึ้นไปแตะที่ 147 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2015 ความนิยมของ YETI ยังพุ่งอย่างไม่หยุด ถึงขนาดที่ว่าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคันทรี่ โดยปรากฏอยู่ในเนื้อเพลง“Buy Me a Boat” ของ “Christ Janson”นักร้องเพลงคันทรี่ยอดนิยม ท่อนที่ร้องว่า “but it can buy me a boat, it can buy me a truck to pull it, it can buy me a Yeti 110 iced down with some Silver Bullets.” และในปีเดียวกันนี้เอง YETI ยังทำการปิดยอดขาย ด้วยมูลค่า 450 ล้านเหรียญฯก้าวกระโดดขึ้นมาจากในปี 2009 ที่ทำยอดขายได้แค่ 5 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น

สิ่งนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ประกอบการและผู้ออกแบบสินค้าต่างๆ  ที่จะได้เรียนรู้จากความสำเร็จของ YETI สองพี่น้องคู่นี้ สามารถเปลี่ยนจากสินค้าธรรมดาทั่วไปให้กลายมาเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนแรงปรารถนาให้อยากได้อยากมีไว้ในครอบครองให้ได้ จากจุดเริ่มต้นบนความชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์ มุ่งสู่ธุรกิจใหญ่ YETI เริ่มขยายโปรดักส์ไลน์ออกไป มีการผลิตซอฟท์คูลเลอร์ หรือที่เรียกว่า Hopper เป็นประเป๋าเก็บความเย็น ที่สะดวกสบายมากขึ้น สามารถสะพายออกไปได้ และรวมไปถึงกระบอกดื่มน้ำเก็บความเย็นอย่างที่คนไทยนิยมกัน หรือแม้แต่เสื้อผ้า หมวก แตกไลน์ธุรกิจออกมามากมาย

สนับสนุนโดย ufabet79s.com