Wednesday, 22 May 2024

มะเดื่อฝรั่ง ผลไม้มาแรงแห่งยุค

29 Mar 2023
118

ปก มะเดื่อฝรั่ง ผลไม้มาแรงแห่งยุค

ลูกฟิก (Figs) ผลไม้ที่หวานละมุน ดีต่อสุขภาพ ใช้ระยะเวลาในการปลูกเพียง 6 เดือน หากต้องการทานสดให้นำมาล้างและขัดผิวด้วยเกลือให้สะอาด แนะนำให้ใส่ถุงมือเพื่อป้องกันการแพ้

ลูกฟิก (Figs) หรือ มะเดื่อฝรั่ง ผลไม้ลูกเล็กๆ ที่มีเนื้อด้านในเป็นสีแดงเข้มเมื่อสุกได้ที่ จะมีรสชาติหวาน หอมละมุน และเนื้อละเอียด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะภายในลูกเล็กๆที่เราเห็นนี้มีสรรพคุณอัดแน่นอยู่มากมาย treemusketeers เลยจะพาทุกคนมาดูว่ามีอะไรบ้าง

– ลดปัญท้องผูก เพราะมีไฟเบอร์สูง ช่วยจำกัดของเสียออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบายเล็กน้อย ต้องกินในปริมาณที่พอดี

– บำรุงกระดูกและฟัน เพราะมีแคลเซียลสูงกว่าปลาถึง 2 เท่า ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

– บำรุงสายตา และการมองเห็น เพราะมีวิตามิน A สูง

– อาหารช่วยลดน้ำหนัก เพราะให้พลังงานสูง ในขณะที่แคลต่ำ และปราศจากไขมันคอลเลสเตอรอล ทานแล้วอยู่ท้องได้ดี

– ช่วยเรื่องโรคเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือกให้ต่ำลงได้

นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ, ช่วยบำรุงเรื่องโรคผิวหนัง และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม (ไม่เกิน 5 ผลต่อวัน) และผู้มีโรคประจำตัวควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ลูกมะเดื่อ

ต้นฟิก (Figs) มีถิ่นกำเนิดที่จากตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ มีความสูงไม่เกิน 6 เมตร ดังนั้นปลูกในไทยก็ได้เช่นกัน โดยใช้ระยะเวลาในการปลูกเพียง 6 เดือนก็ให้ผลสำหรับรับประทานได้ โดยผลที่สุกพร้อมรับประทานจะกลายเป็นสีแดงม่วงอย่างชัดเจน เมื่อเราได้ลูกฟิก (Figs) หรือ มะเดื่อฝรั่ง หากต้องการทานสดให้นำมาล้างและขัดผิวด้วยเกลือให้สะอาด แนะนำให้ใส่ถุงมือเพื่อป้องกันการแพ้ เพราะผิวของลูกฟิกก่อให้เกิดการแพ้ง่าย จากนั้นซับน้ำให้แห้งสนิท จากนั้นหั่นและทานได้ทันที หรือหากอยากเก็บรักษาไว้ทานในวันอื่นๆ สามารถนำใส่ถุงซิปล็อก หรือกล่องสุญญากาศก่อนแช่ไว้ในตู้เย็น

มะเดื่อฝรั่งกับผลดีต่อผิวหนัง

ในอดีตมีการใช้มะเดื่อฝรั่งเพื่อรักษาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น กลาก โรคสะเก็ดเงิน และโรคด่างขาว แม้ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ใดที่ยืนยันประสิทธิภาพของมะเดื่อฝรั่งต่อการรักษาโรคผิวหนังได้อย่างชัดเจน แต่มีการศึกษาหนึ่งชี้ว่า ครีมที่มีส่วนผสมของมะเดื่อฝรั่งส่งผลต่อผิวหนังหลายด้าน เช่น ลดเม็ดสีและรอยแดง เพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสมดุลไขมันใต้ผิวหนัง และอาจมีประสิทธิภาพช่วยต่อต้านริ้วรอย กระ สิว และจุดด่างดำได้

รับประทานมะเดื่อฝรั่งอย่างไรให้ปลอดภัย

การรับประทานมะเดื่อฝรั่งทั้งผลสดหรือแบบตากแห้งในปริมาณที่พอเหมาะค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ และการรับประทานใบมะเดื่อฝรั่งเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคอาจปลอดภัยหากใช้ติดต่อกันไม่เกิน 1 เดือน

fig-มะเดื่อ

อย่างไรก็ตาม การบริโภคมะเดื่อฝรั่งมีข้อควรระวัง ดังนี้

– การบริโภคมะเดื่อฝรั่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้และมีปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้ ดังนั้น ควรรับประทานแต่ในปริมาณที่พอเหมาะ

– การบริโภคยางมะเดื่อฝรั่งในปริมาณมากอาจทำให้มีเลือดออกที่ทางเดินอาหาร

– มะเดื่อฝรั่งอาจช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย หากรับประทานในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ท้องเสียได้

– ผู้ที่แพ้ผลไม้ในวงศ์ขนุน (Moraceae) เช่น ขนุน หรือน้อยหน่า อาจแพ้มะเดื่อฝรั่งด้วยเช่นกัน

– การสัมผัสกับผลหรือใบมะเดื่อฝรั่งอาจทำให้ผิวเกิดอาการแพ้และมีผื่นคันได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย

– มะเดื่อฝรั่งมีวิตามินเคสูง ซึ่งเป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว ดังนั้น ผู้ที่รับประทานมะเดื่อฝรั่งควรวางแผนปริมาณการบริโภควิตามินเคที่ควรได้รับในแต่ละวัน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังใช้ยารักษาที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดวาร์ฟาริน

– การรับประทานมะเดื่อฝรั่งทั้งผลสดหรือแบบตากแห้งในปริมาณที่พอเหมาะค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์และกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร แต่ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยมากเพียงพอ หากรับประทานเป็นยารักษาโรคในปริมาณมาก

– ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเฝ้าระวังและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ เนื่องจากการรับประทานมะเดื่อฝรั่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงได้

– ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดรับประทานมะเดื่อฝรั่งก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะมะเดื่อฝรั่งอาจทำให้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงได้

สนับสนุนโดย pgslot77.me